สารจากประธานกรรมการ

เรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน

ในปี 2567 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอน จากปัจจัยหลายภาคส่วน อาทิปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศในหลายภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำให้ต้นทุนการผลิตมีการปรับตัวสูงขึ้นและเกิดภาวะเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรก สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง สถานการณ์เงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลงส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มมีการปรับลดนโยบายดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ ที่มีความไม่แน่นอนสูง ภาคธุรกิจยังคงต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการติดตามสถานการณ์ และปรับตัวในเรื่องของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคอยแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ เพื่อผลักดันธุรกิจให้ เติบโตได้ในสภาวการณ์ต่างๆ

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2567 นี้ มีการเติบโตในอัตราที่ไม่สูงมากนัก โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจาก ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเกิดเงินหมุนเวียนในระบบ ในภูมิภาคที่มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหลัก อีกทั้งภาคการส่งออก สินค้ายังคงมีการขยายตัวได้ดีในส่วนของสินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตามยังคงมีความกดดันในเรื่อง ของหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งมีผลทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ส่งผลให้เกิดความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น อีกทั้งในระหว่างปี 2567 นี้ ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้น โดยเริ่มมีการเบิกจ่ายงบประมาณและออกนโยบาย “โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ” มอบเงิน 10,000 บาทแก่ประชาชนผู้มีสิทธิ เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบ ทั้งนี้โครงการยังคงมีการดำเนินการต่อเนื่องไปยังปีหน้า จึงคาดว่าจะเป็นผลดีต่อบริษัทฯ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ารายย่อยฝั่งเมกาโฮม

บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ตามสภาพตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ซื้อสินค้าและบริการที่ไร้รอยต่อผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 8% รวมถึงช่องทางออฟไลน์ ที่มีการขยายสาขาในรูปแบบของ Hybrid Store มากขึ้นกล่าวคือมีการเปิดสาขาโฮมโปรและเมกาโฮมในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรให้ดียิ่งขึ้น สามารถรองรับความต้องการได้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีการพัฒนาทั้งในส่วนของ แพลตฟอร์ม เครื่องมือ และระบบต่างๆ รวมถึงพัฒนาเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันโฮมโปรให้ใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ในส่วนของการขยายสาขาสำหรับปี 2567 บริษัทฯ ได้มีการขยายสาขาตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมทั้งสิ้น 9 สาขา โดยแบ่งเป็นสาขาโฮมโปร จำนวน 6 สาขา และเมกาโฮม 3 สาขา

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในเรื่องของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและ การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการดำเนินงานต่างๆ อาทิ การตั้งเป้าหมายการลดการใช้พลังงานการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี การส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ECO Products) อีกทั้งยังให้ความสำคัญใน การส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และทักษะใหม่ๆ ทั้งในด้านการทำงานและเทคโนโลยี เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคงในระยะยาว

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง เพื่อพิจารณาและติดตามภาพรวมการดำเนินงาน แผนธุรกิจ กลยุทธ์องค์กร และเรื่องอื่นๆ ที่เป็นสาระสำคัญ โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุมคิดเป็นร้อยละ 96 จากจำนวนการประชุมทั้งหมด และมีการจัดประชุมคณะกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร จำนวน 1 ครั้ง ในวันที่ 24 ธันวาคม 2567

สุดท้ายนี้ บริษัทฯ ขอแสดงความขอบคุณท่านผู้มีส่วนได้เสียที่ให้การสนับสนุนกิจการของบริษัทฯ ในทุกๆ ด้าน และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำ ให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ถือเป็นพันธะสัญญาว่า จะดำเนินและพัฒนาธุรกิจให้ เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า และพนักงานทั่วประเทศกว่า 12,000 คน ของบริษัทฯ และบริษัทฯ ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสืบต่อไป

 

(นายอนันต์ อัศวโภคิน)

ประธานกรรมการ