สารจากคณะกรรมการบริษัท

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2560 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกยังคงไม่ดี ทั้งจากกำลังซื้อที่อ่อนตัว และยังไม่มีแรงส่งจากมาตรการการส่งเสริมของภาครัฐมากนัก ในขณะที่ช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางบวก โดยมีแรงขับเคลื่อนจากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในหัวเมืองใหญ่มีการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของผู้บริโภคในบางจังหวัดยังคงชะลอตัว ตามทิศทางของรายได้เกษตรกรที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นผลมาจากราคาผลิตผลทางการเกษตรที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทั้งนี้ รัฐบาลได้พยายามเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยการออกมาตรการต่างๆ เช่น “ช้อป ช่วยชาติ” ซึ่งจัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม

การขยายธุรกิจ

บริษัทฯ เปิดสาขาของโฮมโปรเพิ่ม 1 แห่งที่สาขาโลตัส บางแค และเปิดสาขา HomePro S จำนวน 1 สาขาที่เกตเวย์ เอกมัย และได้มีการปรับรูปแบบสาขาของ HomePro Living มาเป็น HomePro S จำนวน 2 แห่งที่สาขาเดอะพาซิโอ ลาดกระบังและสาขาเทอร์มินอล 21 โคราช สำหรับการเปิดสาขาของบริษัทย่อย บริษัทฯ ได้เปิดสาขาของเมกา โฮมเพิ่ม 1 แห่งที่สาขาเชียงราย และเปิดสาขาของโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซียเพิ่ม 4 แห่งที่สาขา Melaka, Penang, Ipoh และ Johor Bahru ทำให้ ณ สิ้นปี ในประเทศไทยบริษัทฯ มีสาขาโฮมโปรทั้งสิ้น 81 แห่ง HomePro S 3 แห่ง เมกา โฮม 12 แห่ง และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย 6 แห่ง โดยการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องก็เพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และเป็นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การเปิดตัวรูปแบบธุรกิจใหม่ หรือ Home Pro S เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ให้ลูกค้าเข้าถึงร้านของโฮมโปรได้ง่าย ตามคอนเซ็ปต์ “Small” ในรูปแบบร้านขนาดกะทัดรัด สะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือคอมมูนิตี้มอลล์เป็นหลัก “Select” จากการเลือกสรรสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในการปรับปรุง ซ่อมแซม ทดแทนหาซื้อได้บ่อยๆ และ “Service” บริการเรื่องบ้านโดยทีมงานคุณภาพจากโฮมโปร สำหรับเป้าหมายในอนาคต บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโต รวมถึงการปรับปรุงสาขาเดิมให้มีความทันสมัย มีบรรยากาศที่น่าจับจ่ายใช้สอย ตลอดจนการศึกษากลุ่มสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่จะสร้างความคุ้มค่าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับพัฒนา และบริหารสาขาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ประกอบกับการประหยัดพลังงานควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลการดำเนินงาน

บริษัทฯ และบริษัทย่อยยังคงมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมและกำไรสุทธิเป็นจำนวน 64,234.49 ล้านบาท และ 4,886.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3,090.41 ล้านบาท และ 761.19 ล้านบาท ตามลำดับจากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายสาขาที่เปิดใหม่ในปี 2559 และ 2560 และการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ด้านผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปียังคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยปัจจัยทางด้านลบของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงอ่อนตัว อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวทั้งในภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของสาขาที่อยู่ในหัวเมืองหลักและเมืองที่ได้รับผลประโยชน์จากภาคการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา

การจัดการเพื่อความยั่งยืน

บริษัทฯ ตั้งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากความมุ่งมั่นและทุ่มเทของผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ส่งผลให้ในปี 2560 บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Index ในกลุ่มตลาดเปิดใหม่ (Emerging Market) เป็นปีแรก ตลอดจนได้รับรางวัลอื่นๆ ทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล อาทิ ได้รับการประเมินการรายงานด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance Report) อยู่ในระดับดีเยี่ยม ได้รับคัดเลือกเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิก MSCI Global Sustainability Index และ FTSE4Good Emerging Index เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงการเป็นองค์กรที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง

สำหรับโครงการเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนอื่นๆ บริษัทฯ ยังคงสนับสนุนให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยปรับให้มีความสอดคล้องกับบริบทและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ โครงการห้องน้ำของหนู ซึ่งได้ปรับชื่อเป็น โครงการห้องน้ำเพื่อสังคม โดยขยายกลุ่มผู้ใช้ไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการ นอกเหนือจากเด็กเพียงอย่างเดียว

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอแสดงความขอบคุณในความทุ่มเท มุ่งมั่น ตั้งใจ มีความรับผิดชอบของบุคลากรในทุกระดับและทุกคน ตลอดจนการได้รับโอกาสและความปรารถนาดี การเกื้อกูลต่อกันและกันจากผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ จะยังคงยึดมั่นการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างยั่งยืนสืบไป

 

(นาย คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล)

ตัวแทนคณะกรรมการบริษัท