สารจากคณะกรรมการบริษัท

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

เศรษฐกิจไทยในปี 2559 อยู่ในทิศทางของการเติบโตแบบชะลอตัว และต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศอาทิ ผลกระทบจากความอ่อนแอและความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก ราคาสินค้าเกษตรที่ตกลง การชะลอตัวในการบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชน ระดับหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้พยายามเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยการออกมาตรการต่างๆ เช่น การเร่งรัดเบิกจ่ายในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศสำหรับภาคเอกชน มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย การช่วยเสริมสภาพคล่องให้ SMEs โครงการ “รวมใจไทย ช่วยไทย ลดรับปีใหม่” และมาตรการ “ช้อป ช่วยชาติ” ที่จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เป็นต้น

การขยายธุรกิจ

บริษัทฯ เปิดสาขาของโฮมโปรเพิ่ม 4 แห่ง ที่สาขาชัยพฤกษ์ บางเสร่ พระราม 9 ศรีนครินทร์ และได้มีการย้ายที่ตั้ง 1 แห่ง ที่สาขาพระราม 3 เปิดสาขาเมกา โฮม เพิ่ม 4 แห่ง ที่สาขาโรจนะ หาดใหญ่ นครราชสีมา และนครพนม และเปิดโฮมโปร มาเลเซีย 1 แห่ง ที่ศูนย์การค้าซัมมิท ยูเอสเจ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทำให้ ณ สิ้นปี บริษัทฯ มีสาขาโฮมโปรทั้งสิ้น 80 แห่ง เมกา โฮม 11 แห่ง และโฮมโปร ที่ประเทศมาเลเซีย 2 แห่ง ผลการดำเนินงานของธุรกิจโฮมโปร และเมกา โฮม ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ สำหรับธุรกิจโฮมโปรที่มาเลเซีย ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมีแผนที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ในปี 2559 บริษัทฯ ยังได้มีการขยายธุรกิจไปในตลาดกลุ่มใหม่ ภายใต้แนวความคิดใหม่ที่เน้นเติมเต็มความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ได้แก่ (1) ไบค์คลับ (Bike Club) เป็นศูนย์รวมจักรยาน พร้อมการให้บริการที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร (2) โฮมโปร ลิฟวิ่ง (HomePro Living) แหล่งรวมสินค้าเกี่ยวกับบ้านหลากหลายไอเดีย เน้นรูปแบบการใช้งาน และดีไซน์ที่ทันสมัย ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว

สำหรับเป้าหมายในอนาคต บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในต่างจังหวัด และในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการปรับปรุงสาขาเดิมให้มีความทันสมัย มีบรรยากาศที่น่าจับจ่ายใช้สอย ตลอดจนการศึกษากลุ่มสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่จะสร้างความคุ้มค่าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับพัฒนา และบริหารสาขาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ประกอบกับการประหยัดพลังงานควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 รายได้จากการขายเติบโตขึ้นจากยอดขายสาขาเดิม รวมถึงการเติบโตจากสาขาใหม่ของทั้งธุรกิจโฮมโปร และธุรกิจเมกา โฮม โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มทำความเย็น สำหรับในช่วงครึ่งหลัง ยอดขายจากสาขาเดิมอยู่ในระดับชะลอตัว เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ถูกกดดัน อย่างไรก็ตามยอดขายรวมยังคงเติบโต โดยเพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ของธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย ยอดขายจากงาน “โฮมโปร แฟร์” ที่จัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมเป็นครั้งแรก และจากการขยายธุรกิจในร้านค้ารูปแบบใหม่ ได้แก่ ไบค์คลับ และโฮมโปร ลิฟวิ่ง

ภาพรวมด้านอื่นๆ ของปี 2559 ค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลดลงจากการบริหารกระบวนการทำงานภายใน และกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดการสูญเสีย (Lean Management) ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิโตขึ้น 17.90% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกเหนือจากการขยายธุรกิจ บริษัทฯ ยังคงคัดสรร และพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตรโฮมการ์ด ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3 ล้านราย

การจัดการเพื่อความยั่งยืน

จากประสบการณ์ในการให้บริการโฮม เซอร์วิสที่ผ่านมา ทำให้โฮมโปรเข้าใจถึงความต้องการ และปัญหาต่างๆ ในการดูแลและซ่อมแซมบ้านของลูกค้า ในปี 2559 โฮมโปรได้เริ่มต้นนวัตกรรมแห่งการบริการ “Home Makeover” งานบริการปรับปรุงบ้านทั้งหลัง ที่มีทีมช่างผู้ชำนาญงานคอยดูแลตั้งแต่เริ่มจนจบงาน อีกทั้งยังช่วยควบคุมงบประมาณ และรับประกันคุณภาพตามเงื่อนไขที่กำหนด

บริษัทฯ ยึดถือ และดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งการประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และให้ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้รับคะแนนการประเมิน และรับรางวัลด้านต่างๆ ทั้งระดับประเทศ และสากล อาทิ

  • ผลการประเมินคุณภาพงานประชุมผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็ม ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
  • ผลประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีอยู่ในระดับ 5 ดาว (ดีเยี่ยม) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
  • ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG 100) โดยสถาบันไทยพัฒน์
  • ได้รับการประเมินให้ เกรด A อยู่ในดัชนี MSCI Global Sustainability Indexes และ MSCI Global SRI Indexes โดย Morgan Stanley Capital International
  • ได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน FTSE4Good Emerging Index และ FTSE4Good ASEAN 5 Index ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวมบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านการประเมินคะแนนด้าน ESG
  • ได้รับรางวัล SET Awards 2016 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประเภทรางวัลบริษัทจดทะเบียนดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (Outstanding Investor Relations Awards) เป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของทั้งองค์กรในการดำเนินกิจกรรม
  • ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมกับได้รับรางวัล SET Sustainability Awards 2016 ประเภทรางวัล Rising Star

ตลอดปี 2559 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความพยายามภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมทุกๆ ด้าน ในนามของคณะกรรมการ ขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนอย่างดีเสมอมา และขอขอบคุณในความร่วมมือร่วมใจของเพื่อนพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยกว่า 10,800 ท่าน ที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมาย บริษัทฯ ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินงานภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม เพื่อร่วมผลักดันให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง และยั่งยืนตลอดไป

 

(นาย อนันต์ อัศวโภคิน)

ประธานกรรมการ

(นาย คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล)

กรรมการผู้จัดการ